ทำความรู้จัก “น้องโอ” เด็ก ม.4 ขายไข่เจียว เลี้ยงน้อง-ส่งตัวเองเรียน

ทำความรู้จัก “น้องโอ” เด็ก ม.4 ขายไข่เจียว เลี้ยงน้อง-ส่งตัวเองเรียนหนังสือ ภายใน ซอยพระราม 2 ซอย..

ทำความรู้จัก “น้องโอ” เด็ก ม.4 ขายไข่เจียว เลี้ยงน้อง-ส่งตัวเองเรียน

ทำความรู้จัก “น้องโอ” เด็ก ม.4 ขายไข่เจียว เลี้ยงน้อง-ส่งตัวเองเรียนหนังสือ ภายใน ซอยพระราม 2 ซอย 50 แยก 3 เจ้าตัวเผยภูมิใจที่ได้หาเงินด้วยตัวเอง ซึ่งมาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ภายหลังจากที่สังคมออนไลน์มีการแชร์ภาพน้องผู้ชายคนหนึ่งชื่อว่า “น้องโอ” เป็นพ่อค้าขายไข่เจียวอยู่ที่พระราม 2 ซอย 50 โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งได้โพสต์ภาพพร้อมบรรยายเรื่องราวของน้องโอว่า น้องโอต้องขายไข่เจียวเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูน้องๆ อีก 5 คน

และยังต้องส่งเสียตัวเองเรียนหนังสือด้วย (อ่านข่าวเพิ่มเติม : หัวใจแกร่ง เด็กหนุ่ม ม.4 ขายไข่เจียวส่งตัวเองเรียน เลี้ยงน้องอีก 5 ชีวิต) ผู้สื่อข่าว 77 ข่าวเด็ด ได้ลงพื้นที่ไปยังร้านขายไข่เจียงของน้องโอ ซึ่งตั้งอยู่ภายใน “ซอยพระราม 2 ซอย 50 แยก 3” เดินเข้าซอยมาไม่ลึก ก็จะพบกับร้านขายไข่เจียว ซึ่งล่าสุดเมื่อวานนี้ (7 เม.ย.61) มีผู้คนให้ความสนใจมาเข้าคิวซื้อไข่เจียวกันเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ได้ชมข่าวจากทางโทรทัศน์ และสื่อสังคมออนไลน์ “น้องโอ” หรือนายวุฒิพงษ์ ใจหาญ ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมตอนปลาย ที่โรงเรียนวัดทรงธรรม จ.สมุทรปราการ น้องโอบอกว่า หลังจากที่คุณพ่อและคุณแม่เสียชีวิตลง ตนเลยอยากหางานพาร์ทไทม์ในช่วงหลังเลิกเรียน แต่ด้วยอายุของน้องโอที่อายุยังไม่ถึง 18 ปี หลายแห่งจึงไม่สามารถรับน้องโอเข้าทำงานได้ เนื่องจากส่วนใหญ่ต้องการคนอายุ 18 ปีขึ้นไป กระทั่งมีพี่มาชวนไปเปิดร้านขายไข่เจียว ตนเลยสนใจและอยากลองทำงานดู เพราะช่วงนี้ปิดภาคเรียน และสามารถหารายได้มาเป็นค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว

ซึ่งร้านไข่เจียวของน้องโอเปิดมาได้ 3 สัปดาห์แล้ว ราคาก็ไม่แพงเพียงแค่ 30 บาท ส่วนเครื่องปรุงที่เป็น ผักชี, มะเขือเทศ, หมูสับ, แครอท , ฯลฯ นั้น ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามใจชอบ ไม่มีจำกัดแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากที่มีการแชร์ภาพของน้องโอในโซเชียลมีเดียเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้มีลูกค้าเดินทางมาซื้อไข่เจียวที่ร้านของน้องโอมากยิ่งขึ้น น้องโอบอกว่า ณ ตอนนี้ไข่ไก่ที่นำมาทำไข่เจียวนั้นใช้จำนวน 5 แผง (150 ฟอง) จากเดิมขายไข่เจียวใช้ไข่ไก่วันละ 2 แผง (60 ฟอง) เรียกได้ว่ามียอดขายที่สูงขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัวเลยก็ว่าได้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ sanook