พระเทพฯ เสด็จฯไปทรงเป็นประธานประชุมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 9

เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 14 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการฝ่ายพิธีการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช..

พระเทพฯ เสด็จฯไปทรงเป็นประธานประชุมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 9

เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 14 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการฝ่ายพิธีการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ว่าเป็นการประชุมเพื่อเตรียมรายงานในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการที่จะมีการประชุมในวันที่ 26 มิ.ย. ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯมาทรงเป็นประธาน โดยตนรับผิดชอบในส่วนของพิธีการจึงได้มีการซักซ้อมความเข้าใจในเรื่องการเชิญชวนประชาชนไปทำดอกไม้จันทน์และการวางดอกไม้จันทน์ในวันถวายพระเพลิง ซึ่งมีความชัดเจนในส่วนของต่างประเทศ ต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ โดยในต่างประเทศและต่างจังหวัดอาจจัดพิธีวางดอกไม้จันทน์ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกวางก่อนหน้าวันถวายพระเพลิงเพื่อที่จะเก็บภาพเอาไว้ใช้และเพื่อบรรเทาจำนวนคนที่จะแออัด ส่วนครั้งที่สองจะเป็นวันถวายพระเพลิงคือวันที่ 26 ตุลาคม

นายวิษณุกล่าวว่า ทั้งนี้ ดอกไม้จันทน์ทั้งในและต่างประเทศทุกแห่ง จะเลือกมาเพียงบางดอกเพื่อนำเข้ามาที่กรุงเทพฯเพื่อนำมาใช้ร่วมในการพิธีถวายพระเพลิง ส่วนที่เหลือจะนำไปรวมกับดอกไม้จันทน์ที่ประชาชนวางในวัดแต่ละจังหวัดในวันที่ 26 ตุลาคม เพื่อร่วมในพิธีเผา ส่วนในต่างประเทศจะใช้วิธีเผา ฝัง หรือลอยน้ำ แล้วแต่ธรรมเนียมของท้องถิ่นนั้นๆ รวมถึงจะมีการทำความเข้าใจถึงเรื่องการจัดงานมหรสพ

นายวิษณุกล่าวว่า ทั้งนี้ ในวันงานพระราชพิธีประชาชนไม่สามารถเข้าไปในบริเวณท้องสนามหลวงในส่วนที่เป็นมณฑลพิธีได้ แต่สามารถเข้าไปในส่วนของโรงละครแห่งชาติที่ได้มีการกันไว้เป็นในส่วนของมหรสพได้ โดยผู้ที่จะเข้าไปในส่วนของพระเมรุมาศจะต้องมีบัตรติดทุกคน ซึ่งบัตรที่ติดนั้นจะมีสีแสดงให้ทราบว่าแต่ละบุคคลจะนั่งตรงจุดไหน ส่วนการเชิญแขกที่จะมานั้นทางสำนักพระราชวังได้มอบให้รัฐบาลเป็นผู้พิจารณาจัด ซึ่งได้มีการตกลงกันแล้วว่าจะเชิญแขกอย่างไรบ้าง ซึ่งจะมีทั้งหมดประมาณ 7,000-7,500 ที่นั่ง แต่ในความเป็นจริงอาจจะเหลือประมาณ 5,000 ที่นั่ง เพราะอีก 2,000 ที่นั่ง ที่เหลือจะต้องกันไว้ให้คนที่จะเข้ามาอยู่ในริ้วขบวน

 

นายวิษณุกล่าวว่า สำหรับผู้ที่จะเข้าไปร่วมพิธี ไม่ว่าจะเป็นทูต คณะรัฐมนตรี (ครม.) พระบรมวงศานุวงศ์ พระอนุวงศ์ หรือแม้กระทั่งผู้มีตำแหน่งต่างๆ จะไม่สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวเข้าไปได้ จะต้องนำรถไปจอดในที่จัดไว้ เช่น ทูตานุทูตจะจอดที่กระทรวงการต่างประเทศ ส่วน ครม.จอดที่ทำเนียบรัฐบาล และเมื่อถึงเวลาจะมีรถบัสรับ-ส่งเข้าไปที่งาน ทั้งนี้ ในวันถวายพระเพลิง จะต้องเข้าไปในพิธีถึง 3 ครั้ง คือ 1.รอรับขบวนเชิญพระบรมโกศ ช่วงเวลา 08.00-09.00 น. 2.ตอนถวายพระเพลิง ประมาณเวลา 17.00 น. และ 3.ช่วงถวายพระเพลิงจริง ประมาณเวลา 22.00 น. ส่วนของประชาชนจะร่วมงานครั้งนี้อย่างไร รัฐบาลต้องเตรียมการอย่างไรบ้างนั้น ทั้งหมดนี้ จะนำเข้าที่ประชุมวันที่ 26 มิ.ย. ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯมาทรงเป็นประธานและวินิจฉัย

นายวิษณุกล่าวว่า สำหรับการวางดอกไม้จันทน์ล่วงหน้านั้น คงไปกำหนดกันเองแล้วแต่ความสะดวกและเก็บภาพจากทั่วทั้งประเทศส่งเข้ามาที่หอเปลื้อง ซึ่งอยู่ ณ มณฑลท้องสนามหลวง บริเวณพระเมรุมาศ ซึ่งเป็นคลังสำหรับจัดเก็บดอกไม้จันทน์ที่จะใช้ถวายพระเพลิง ส่วนในต่างประเทศนั้น อาจมีการกำหนดล่วงหน้า 15 วัน ส่วนในประเทศก็แล้วแต่ความเหมาะสม สำหรับซุ้มวางดอกไม้จันทน์ในกรุงเทพฯทั้งหมด ที่มีทั้งซุ้มขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ประมาณ 80 ซุ้ม โดยใช้พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เหมือนกันหมดทุกแห่ง และไม่ขัดข้องหากจะมีวัดอื่นหรือสถานที่อื่น รวมถึงเอกชนจะจัดสถานที่ขึ้นเอง แต่ขอให้ใช้พระบรมฉายาลักษณ์เดียวกันทั้งหมด ซึ่งสามารถขอรับได้ที่กระทรวงมหาดไทย และซุ้มที่จัดก็ขอให้ตกแต่งตามความเหมาะสม

เมื่อถามถึงการเชิญแขกต่างประเทศ นายวิษณุกล่าวว่า จะไม่มีการเชิญ แต่ถ้าจะมาเองก็สุดแท้แต่ท่าน ซึ่งทางรัฐบาลยินดีต้อนรับ เมื่อถามว่าในช่วงเวลาดังกล่าวจะต้องมีการงดการจัดงานรื่นเริงเพื่อไว้ทุกข์หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า มีส่วนอาจต้องมีการงด จะขอนำไปหารือในที่ประชุมวันที่ 26 มิถุนายนนี้ก่อนแล้วจะมีการแถลงให้ทราบ

ขอบคุณ มติชนออนไลน์